สิงคโปร์: ประเทศต้นแบบแห่งอาเซียน

ประเทศสิงคโปร์เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการสร้างประเทศที่ประสบความสำเร็จ ทั้ง ๆ ที่เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมาก โดยปัจจุบันเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชีย มีความเข้มแข็งหลายด้านทั้งทางการบริหารจัดการภาครัฐ  เมืองแห่งสุขภาพ มีระบบการดูแลสุขภาพของประชากรที่ดี รวมถึงระบบการขนส่งและสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งถูกจัดอันดับในระดับต้น ๆ ประเทศหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

คำถามที่น่าชวนขบคิดคือ ปัจจัยใดที่ทำให้ประเทศเล็ก ๆ ประเทศเพื่อนบ้านของเราได้กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายในระยะเวลาอันสั้น ปัจจัยสำคัญอย่างแรกก็คงไม่พ้นวิสัยทัศน์ การมองการณ์ไกลของผู้นำประเทศที่ได้วางผังเมืองสิงคโปร์ไว้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีทรัพยากรที่จำกัดประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ในลักษณะเป็นเกาะ จึงมีการสร้างที่กักเก็บน้ำใต้ดินและการออกแบบทางเดินใต้ดินเพื่อให้ได้ใช้พื้นที่อันมีอยู่อย่างจำกัดนั้นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสถานีรถใต้ดินหลักหลายสถานีจะสามารถเชื่อมทางเดินต่อเข้าไปในหลาย ๆ ตึกและสถานที่สำคัญ รวมทั้งจุดนัดพบ สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ หรือใช้พื้นที่ใต้ดินเหล่านี้เป็นพื้นที่สำหรับภาคธุรกิจ ร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งพลอยได้ประโยชน์ในการใช้เป็นที่ หลบแดด ฝน พายุ  ไปได้ในเวลาเดียวกัน หรือการใช้ Roof Top ตามอาคารสูงในเมือง ซึ่งชั้นบนสุดของอาคารสูงระฟ้าเหล่านนี้สามารถนำมาใช้สอยให้บริการด้านต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร จุดชมวิว   การพักผ่อน บันเทิงได้

ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ซึ่งทำให้ประเทศสิงคโปร์น่าสนใจมากกว่าเดิม แม้ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ธรรมชาติแบบบ้านเรา แต่สถานที่ท่องเที่ยว manmade ที่สร้างขึ้นมาเองเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น Marina Bay Sands, Garden by the Bay  ก็เน้นแนวความคิดที่แปลกใหม่ และเน้นด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติด้วย ท่านที่เคยไปจะสังเกตได้ว่าตามถนนหนทางในประเทศสิงคโปร์ จะมีต้นไม้ใหญ่ เล็ก เรียงรายตามสองข้างทางตลอด และเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียง การมีจิตสำนึกในสิ่งแวดล้อมของรัฐและผู้คน ทำให้เราเห็นสวนสาธารณะ ต้นไม้ในประเทศมากมายที่ไม่ได้โดนทำลายแต่กลับได้รับการดูแลอย่างดี ในบริเวณสวนสาธารณะ อ่างเก็บน้ำ แม้ว่ามีต้นไม้ใหญ่ที่เอนมาขวางทางเดินก็ไม่ได้ตัด แต่กลับขุดหลุมทางเดินลงต่ำเพื่อให้คนก้มหัวและทำทางให้คนเดินลง หรือข้ามไปแทนเป็นต้น

นอกจากนี้ ภาครัฐของสิงคโปร์ได้พัฒนาสาธารณูปโภคที่สำคัญสำหรับการค้าขายและการคมนาคม นั่นก็คือ การสร้างท่าเรือรับส่งสินค้านำเข้าจากนานาประเทศ ทั้งจากทางเรือบรรทุกสินค้าและทางอากาศ สินค้าที่นำเข้ามานั้นจึงมีความหลากหลายมากกว่าประเทศไทยหรือถือว่าเป็น HUB ด้านการค้าที่สำคัญมากของภูมิภาคเอเชีย สังเกตได้ว่าแม้กระทั้งร้าน Watson ใน Singapore ก็มีสินค้าหลายหลายมากกว่าเมืองไทย ทั้งประเภทและยี่ห้อ ซึ่งก็เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคที่มีโอกาสได้เลือกสินค้าและบริการได้อย่างที่ต้องการเพื่อให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด  สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านการคมนาคมที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพ รัฐบาลของประเทศสิงคโปร์มีนโยบายเก็บภาษีจากยานพาหนะที่แพงถ้าซื้อรถยนต์จะต้องจ่ายเงินภาษีรถ รวมทั้งค่าบำรุงดูแลรักษารถด้วยซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากในแต่ละปี อีกทั้งมีการจำกัดปีในการใช้รถยนต์ ส่งผลให้คนส่วนใหญ่หันไปใช้บริการขนส่งมวลชนหรือ MRT ซึ่งในใจกลางเมือง เช่น ย่าน Raffle Place หรือ Marina Bay ก็เพิ่งจะมีการสร้าง MRT ใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อให้การเดินทางที่สะดวกและครอบคลุมบริเวณชุมชนที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งการเดินทางไปแต่ละสถานีจะใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 3-4 นาที เท่านั้น

ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองสูง ประสบปัญหาที่เกิดจากการฉ้อโกง คอร์รัปชั่นของนักการเมืองน้อยมาก  รวมทั้งมีค่านิยมที่ดี โดยรัฐบาลได้ปลูกฝังให้ชาวสิงคโปร์อยู่ในกฎกติกา แม้ว่าจะมีกฎหมายเข้มงวดแต่สามารถนำมาบังคับใช้ได้จริง เช่น ค่าปรับที่สูงลิ่วเมื่อมีการทำผิดกฎต่าง ๆ หรือใช้หลักการตั้งราคาจูงใจเพื่อปรับพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น ถ้าเป็นคนต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวจะเข้าบ่อนคาสิโนได้ฟรี แต่ถ้าเป็นชาวสิงคโปร์เองต้องเสียเงินค่าเข้าถึง 100 เหรียญสิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งทำให้คนในประเทศไม่อยากจะเข้าบ่อนเพื่อไปเล่นการพนัน แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายรัฐที่ชาญฉลาดยังปรากฏให้เห็นในเรื่องของการสร้างแรงจูงใจและให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นภาษีและที่มิใช่ภาษีต่อนักลงทุนต่างชาติ เช่น ถ้าบริษัทจะเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ บริษัทต่างชาติเหล่านี้จะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าการเป็นแค่เพียงสาขาตัวแทน หรือการจ้างแรงงานจากต่างประเทศ  สิงค์โปร์ก็มีนโยบายเปิดกว้างและต้อนรับคนต่างประเทศ (Expat) มาทำงาน เช่น การอำนวยความสะดวกและระยะเวลาที่รวดเร็วในการได้รับ employment pass จากทาง Department of Manpower

อย่างไรก็ตามเมื่อมีด้านบวกก็มีด้านลบ ค่าครองชีพของสิงคโปร์ขึ้นชื่อว่าหนึ่งในบรรดาประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด ราคาอาหาร และข้าวของ เครื่องใช้จึงแพงขึ้นไปเป็นเท่าทวีคูณ ค่าทำผมหรือร้านทำผมคิดค่าบริการขั้นต่ำอยู่ที่ 50 เหรียญสิงคโปร์ (สระและตัด) หรือค่ารักษาพยาบาลที่แพง (ถ้าท่านไปคลินิกเฉพาะทางที่อยู่ในโรงพยาบาลอาจจะเสียเงินคราวละเป็นหมื่นบาทได้) แต่ราคาที่สูงนั้นก็สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย ถ้าเราสามารถทำให้กรุงเทพ ฯ และเมืองไทยของเราเป็น little Singapore โดยการนำส่วนดีของเขาที่เรายังขาดไปมาปรับใช้ก็คงจะดีไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาสาธารณูปโภค และบทบาทภาครัฐในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าแบบบูรณาการ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *