บทความ

การขยายตัวสู่ต่างประเทศของบริษัทข้ามชาติเอเชีย

 

การขยายตัวสู่ต่างประเทศของบริษัทที่มาจากประเทศกำลังพัฒนานั้นมีอยู่หลายรูปแบบ รวมทั้งการส่งออกและการลงทุนระหว่างประเทศ โดยส่วนใหญ่แล้วประเทศที่กำลังพัฒนามักจะมีรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ขั้นกลางและขั้นปลายที่ไม่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตซับซ้อนเท่าใดนัก อีกทั้งขนาดของการลงทุนมักจะไม่ใช่การลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลเมื่อเทียบกับบริษัทข้ามชาติที่มาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ตัวอย่างบริษัทที่มาจากประเทศที่กำลังพัฒนาและมีการขยายตัวสู่ต่างประเทศในอัตราสูง อาทิเช่น ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง อินเดีย บราซิล เม็กซิโก ไต้หวัน เกาหลี เป็นต้น บริษัทเหล่านี้ได้มีบทบาทสำคัญทั้งในการแข่งขันระดับนานาชาติและการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนระหว่างประเทศพัฒนาด้วยกันเอง รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่า มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน และอยู่ไม่ห่างไกลกันมากนักในทางภูมิศาสตร์ เพื่อสร้างฐานการผลิตที่มีต้นทุนไม่แพง ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มากและราคาถูกของประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ รวมทั้งเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดเดิมให้มากขึ้น และปรับใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดีแล้วจากประเทศพัฒนาในกระบวนการผลิต ในบางกรณีบางบริษัทมีความสามารถทางเทคโนโลยี เช่น บริษัทจากประเทศสิงคโปร์อย่าง Creative Technology Ltd.  ได้มีการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เหมาะกับตลาดของตนเองและส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศอีกด้วย  ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ระบบลำโพง อุปกรณ์ด้านความบันเทิง เครื่องเล่น MP3 ชุดหูฟัง การ์ดเสียง กล้องเวบแคม อุปกรณ์มัลติมีเดียและคอมพิวเตอร์

 

การลงทุนระหว่างประเทศนั้นมีความเชื่อมโยงกับระดับการพัฒนาของประเทศซึ่งส่งผลต่อการลงทุนเข้าสู่ภายในประเทศ (Inward Investment) และการลงทุนออกจากประเทศนั้น ๆ (Outward Investment) รวมถึงธรรมชาติและรูปแบบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขยายตัวสู่ต่างประเทศ นโยบายภาครัฐถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการขยายตัวสู่ต่างประเทศของภาคเอกชน ตัวอย่างเช่น นโยบายการส่งเสริมการส่งออกของไทย ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จากการให้ข้อมูล การประสานงานกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ การจัดงานแสดงสินค้า และการสนับสนุน รับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยเพื่อการส่งออก เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังพัฒนาและพึ่งพารายได้หลักจากการส่งออกสินค้าและบริการ ประเทศไทยได้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นทั้งประเทศผู้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และประเทศผู้ลงทุนโดยตรงในประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอาเซียน  กิจกรรมหลัก ๆ ที่มีการลงทุนในต่างประเทศ 3 อันดับแรก คือ กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย การผลิต การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน

 

บริษัทจากประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีความแข็งแกร่ง สามารถขยายการลงทุนระหว่างประเทศทั้งในภูมิภาคและในประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมทั้งประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไปในเชิงภูมิศาสตร์ ได้แก่ บริษัทข้ามชาติของประเทศเกาหลี และไต้หวัน ได้มีการลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรป และญี่ปุ่น ตลาดกลุ่มนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญยิ่งต่อการเติบโตและอัตราการประสบความสำเร็จของบริษัทข้ามชาติเอเชีย เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ และมีผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออยู่ในสัดส่วนที่สูง บริษัทซัมซุงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการขายสินค้า และการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น การเข้าถึงตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และใกล้ชิดกับผู้บริโภคที่มีความต้องการที่ซับซ้อนมากกว่าตลาดอื่น ทำให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ สำหรับขายให้ตลาดอื่น ๆ ในอนาคต

 

การขยายตัวสู่ต่างประเทศของบริษัทที่มาจากประเทศที่กำลังพัฒนา (จากภูมิภาคเอเชีย) ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งภาควิชาการ นักวิจัย และบริษัทข้ามชาติของประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีการเติบโตในอัตราที่สูง มีการลงทุนหลายรูปแบบทั้งลักษณะการร่วมลงทุนและการลงทุนโดยตรงในลักษณะบริษัทสาขา การตั้งโรงงานผลิตในต่างประเทศ การเปิดสำนักงานด้านการตลาด การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการขยายกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าระหว่างประเทศ สิ่งที่บริษัทข้ามชาติเหล่านี้ได้รับจากการขยายตัวสู่ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการส่งออก และหรือการลงทุนโดยตรงนั้น อันดับแรก คือรายได้และการเติบโตขององค์กร จากการเข้าถึงตลาดและเพิ่มยอดขายจากส่วนแบ่งการตลาดที่มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทข้ามชาติเอเชียสามารถที่จะได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากร รวมทั้งสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ ค่าแรงที่ถูก (กรณีลงทุนในประเทศที่กำลังพัฒนา) และการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ (กรณีลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้ว) เป็นที่น่าจับตามองก้าวต่อไปของบริษัทข้ามชาติเอเชีย ภายหลังการรวมตัวทางเศรษฐกิจเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการรวมตัวระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในรูปแบบของข้อตกลงแบบพหุภาคี Trans-Pacific Partnership (TPP) ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จ น่าจะส่งผลดีต่อประเทศสมาชิก และบริษัทข้ามชาติสัญชาติเอเชีย ทั้งในเรื่องของอำนาจการต่อรองทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศกับภูมิภาคอื่น รวมทั้งการขยายตัวทั้งด้านการส่งออกและการลงทุนระหว่างประเทศของบริษัทที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียด้วยกันเองมากขึ้น